www.sleepgroup.com
Sleep Group หน้าแรก กระดานถาม-ตอบปัญหานอนกรน สอบถาม... ปัญหานอนกรน แนะนำทีมงานแพทย์ พบแพทย์  
-A +A
 
 Search
 
Change Language

เด็กนอนกรน...เป็นอะไรรึเปล่า
 
        โรคนอนกรนในเด็ก  ก็มีอันตรายได้เช่นกัน โดยผลเสียที่เกิดได้ มีดังต่อไปนี้

 
  • อันตรายมักพบในกรณีที่เป็นมาก เช่น มีเสียงกรนเสียง
    ดัง อ้าปากหายใจ หายใจแรง จนบางครั้งเห็นว่ามีรอย
    บุ๋มบริเวณหน้าอกและคอขณะหายใจเข้า
     
  • พัฒนาการของสมองและร่างกายจะแย่ลง เพราะเกิด
    ภาวะขาดออกซิเจนในขณะนอนหลับ
     
  • ฮอร์โมนเจริญเติบโต (growth hormone) ซึ่งมีการ
    หลั่งออกมาในขณะหลับสนิท มีปริมาณลดลงไม่เพียง
    พอ เนื่องจากการนอนหลับไม่ดี ทำให้ร่างกายของเด็ก
    ที่เป็น ไม่โต เท่าที่ควร โดยเฉพาะความสูง 
  • ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน หรือปัสสาวะรดที่นอน  
  • หลับไม่สนิท นอนดิ้นไปดิ้นมา เหมือนนอนหลับไม่
    สบาย
    ผวาตื่น หรือฝันร้ายได้
  • ในรายเด็กที่มีต่อมอะดินอยด์ใหญ่มาก จะอ้าปากเสมอ เวลานอน ทำให้มีลักษณะกระดูกเพดานปากโก่งสูง
    ฟันหน้ายื่นเหยินออกมาจนผิดรูปได้ เนื่องจากเด็ก
    หายใจเข้าออกผ่านทางปาก ไม่ค่อยหายใจทางจมูกซึ่ง เป็นช่องทางหายใจตามปกติ 
  • นั่งสัปหงกในห้องเรียน ไม่มีสมาธิในการเรียน ความ
    สามารถในการจดจำลดลง เรียนหนังสือไม่เก่ง ทั้งๆ ที่
    น่าจะเรียนได้ดีกว่านี้
  • หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย เพราะหลับไม่พอ
  • ทำให้เด็กมีปํญหาสมาธิสั้น หรือซน ไม่สามารถจดจ่อ
    กับ กิจกรรม เช่น อ่านหนังสือ แต่ไม่รวมถึงการดูทีวี
    หรือ เล่นเกม ซึ่งเด็กจะทำได้นาน

        ความจริงข้อแรกที่ควรรู้คือ นอนกรน เป็นสิ่งผิดปกติ แสดงถึงว่ามี ช่องทางเดินหายใจแคบทำให้ เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อ ส่วนที่แคบนั้นๆ   
  
      การนอนกรนในเด็กมักเกี่ยวข้องกับ การคัดจมูก จากโรคภูมิแพ้ เยื่อบุจมูกหรือไซนัสอักเสบ ต้องนอนอ้าปากหายใจ ถ้าอาการทางจมูกดี ขึ้น เด็กมักกรนน้อยลงได้บ้าง เด็กบางคนอาจมี  ต่อมทอนซิล และ/หรือ ต่อมอะดินอยด์  โตมากกว่าปกติ ทำให้ นอนกรน หายใจแรง บางครั้งหายใจจนหน้าอกบุ๋มไม่สามารถนอนหงายได้ เด็กมักนอนดิ้นไปมา และจะนอนได้นานในท่ตะแคง หรือนอนคว่ำ เด็กบางคนอาจมีปัสสาวะราดรดที่นอนร่วมด้วย
        การรักษานอนกรนในเด็ก จึงต้องทราบสาเหตุก่อนว่า เกิดจากปัญหาทางจมูก หรือมีปัญหาอื่น เช่น ต่อมทอนซิล และ/หรือ ต่อมอะดินอยด์โตร่วมด้วยรึเปล่า 
        ถ้ามีแต่ปัญหาทางจมูก การรักษาทางยา เช่น รักษาโรคภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ โดยการกินยา หรือพ่นยา รวมทั้งการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ อาจทำให้ดีขึ้นได้มาก
        ถ้ามีปัญหาเรื่องต่อมทอนซิล และ/หรือ ต่อมอะดินอยด์โด จนทำให้มีอาการนอนกรนชนิด อันตราย แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาการผ่าตัด

 
        แม้ว่าต่อมทอนซิลแตะต่อมอะดินอยด์ จะเป็นส่วนหนึ่งของ
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่จากการศึกษาวิจัย พบว่าระดับ
ภูมิคุ้มกันไม่ได้ลดลง ในผู้ป่วยที่ถูกตัดต่อมทอนซิลออก อัตรา
การเกิดโรคติดเชื้อต่างๆ ไม่แตกต่างจากคนปกติ ทั้งนี้เพราะยัง
มีระบบภูมิคุ้มกันอีกมากมาย   
 
         การศึกษาในปัจจุบันพบว่า หน้าที่ในการป้องกันการติด
เชื้อของต่อมทอนซิลและต่อมอะดินอยด์ ลดลงภายหลังเด็ก
อายุ 3 ปีขึ้นไป และยังพบว่าความสามารถ ของการกำจัดเชื้อ
โดยเม็ดเลือดขาวในการเก็บกินเชื้อโรคเพิ่ม ขึ้น ภายหลังการ
ผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมอะดินอยด์ ในผู้ ป่วยที่มีต่อม
ทอนซิลและต่อมอะดินอยด์อักเสบชนิดเรื้อรัง แพทย์จึงมักแนะ
นำให้ผู้ป่วยที่มีต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดินอยด์ อักเสบเรื้อรัง
และมีขนาดโต จนทำให้เกิดอาการนอนกรนหรือ หยุดหายใจ
รับการผ่าตัดเอาต่อมออก   
 
        ส่วนผลการรักษามักเห็น ชัดเจนตั้งแต่ในวันแรกหลังผ่าตัด
โดยผู้ป่วยจะกรนน้อยลงหรือ หายกรนไปเลย
หลังผ่าตัดต่อม
ทอนซิล ผู้ป่วยจะมีอาการ เจ็บ คอ กลืนเจ็บ ต้องรับประทาน
อาหารอ่อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และควรหลีกเลี่ยงการ
ไอ กระแอม ขากเสมหะ ไม่ใช้ เสียงมาก ส่วนหลังผ่าตัดต่อมอะ
ดินอยด์ ผู้ป่วยมักเจ็บคอเพียง เล็กน้อยเท่านั้น แต่อาจมีอาการ
แน่นจมูกได้บ้างในวันแรกหลังผ่าตัด


Sleep Group หน้าแรก | กระดานถาม-ตอบปัญหานอนกรน | สอบถาม... ปัญหานอนกรน | แนะนำทีมงานแพทย์ | พบแพทย์
 
    Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2014 All rights reserved.